ตำนานเล่าว่า ในสมัยราชวงศ์ชิง เจ้าแม่กวนอิม หรือพระโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งเป็นเทพีแห่งความเมตตา ได้ปรากฏกายขึ้นบนโขดหินรูปดอกบัว (Lotus Rock) ณ บริเวณที่ตั้งของวัดในปัจจุบัน ชาวบ้านเชื่อว่าการปรากฏกายของเจ้าแม่กวนอิมเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีและความคุ้มครองจากภัยพิบัติต่างๆ
เพื่อเป็นการแสดงความเคารพและรำลึกถึงเจ้าแม่กวนอิม ชาวบ้านจึงได้สร้างวัดหลินฟากุงขึ้นบนโขดหินดอกบัวนั้น โดยตั้งชื่อวัดตามลักษณะของโขดหินที่คล้ายกับดอกบัว (“หลินฟา” แปลว่า ดอกบัว) และเชื่อกันว่าเมื่อน้ำทะเลขึ้นสูง วัดจะดูเหมือนดอกบัวที่ลอยอยู่กลางน้ำ ซึ่งเป็นภาพที่งดงามและเป็นมงคล
วัดหลินฟากุงเป็นที่เคารพสักการะของชาวฮ่องกง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลไหว้พระจันทร์ ซึ่งจะมีการจัดพิธีกรรมและการแสดงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าแม่กวนอิม
นอกจากนี้ วัดหลินฟากุงยังมีความเชื่อมโยงกับการเชิดมังกรไฟไท่หาง (Tai Hang Fire Dragon Dance) ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของชุมชนไท่หาง โดยเชื่อกันว่าการเชิดมังกรไฟจะช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายและนำความโชคดีมาสู่ชุมชน

เดินผ่านประตูบานเล็กด้านข้างฝั่งซ้ายของตัววัดเข้าไป จะพบกับประตูทรงโค้งโดยรอบที่แบ่งระหว่างภายในวิหารและภายนอก เมื่อผ่านประตูเข้าไปแล้ว จะพบว่าทางขวามือคือที่ประทับของเจ้าแม่กวนอิมและเทพฮ่าวจื่อเอี๊ย โดยเจ้าแม่กวนอิมองค์ประธานจะอยู่ที่ชั้นล่าง มีบันไดเดินขึ้นชั้นลอยซึ่งเป็นที่ประทับของเจ้าแม่กวนอิมองค์เล็กและเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย
การมาไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิมและเทพเจ้าฮ่าวจื่อเอี๊ยที่วัดหลินฟ้า ให้เราเดินอ้อมด้านซ้ายมือของเจ้าแม่กวนอิมไปทางด้านข้าง ที่อยู่ติดกับบันไดทางลงจากชั้นลอย ตรงนี้จะเป็นเคาน์เตอร์ขายชุดไหว้ เมื่อซื้อชุดไหว้แล้วให้มาไหว้เจ้าแม่กวนอิมองค์ประธานก่อน แล้วจึงไหว้เทพเจ้าองค์อื่น ๆ

วัดหลินฟ้า หรือวัดเจ้าแม่กวนอิมวังดอกบัว อยู่ในย่านหว่านไจ๋ ตั้งอยู่บนเนินเขาหันหน้าออกสู่ทะเลทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอ่าวคอสเวย์ ถึงแม้จะเป็นวัดเล็ก ๆ แต่วัดหลินฟ้า คือวัดเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมาเกี่ยวข้องกับความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่กวนอิมโดยตรง
วัดนี้ตั้งอยู่บนถนนลิลี่ สตรีท (Lily St.) ที่เชื่อมต่อกับถนน Lin Fa Kung ตามชื่อวัดหลินฟ้า จากจุดนี้ เราสามารถเดินเล่นเดินเที่ยว ต่อไปยังถนนเส้นอื่น ๆ ได้ง่าย เดินเพลิน มีบรรยากาศของ ร้านค้า ร้านอาหาร ยั่วใจตลอดเส้นทาง ทำให้วัดหลินฟ้า หรือ หลินฟ้ากง (Lin Fa Kung) แห่งนี้ อยู่ในจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิมวังดอกบัวได้สะดวกมาก
เจ้าแม่กวนอิมผู้เป็นเทพเจ้าแห่งความเมตตา เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะขออะไรก็ได้ทุกสิ่ง ขณะที่เทพเจ้าฮ่าวจื่อเอี๊ย จะประทานโชคลาภ เงินก้อน เงินด่วน เราสามารถไหว้ขอจากท่านได้ทั้งสององค์
ขั้นตอนการไหว้
ใช้ธูปดอกใหญ่ 3 ดอก
ตั้งจิตอธิษฐาน หันออกจากองค์เจ้าแม่ไปไหว้ฟ้าดินก่อน แล้วหันกลับมา ไหว้เจ้าที่ และไหว้เจ้าแม่กวนอิม
ปักธูปให้สวยงามอย่างตั้งใจ ธูปตั้งตรง
นำธูกดอกเล็ก 1 กำมือ มา โดยใช้ธูปไหว้เจ้าแม่กวนอิม 3 ดอก (นำธูปในกำมือที่เหลือไปไหว้เทพองค์อื่น ๆ ให้ครบทุกองค์ โดยปักในทุกกระถางธูป กระถางละ 3ดอก)
เช่นเดียวกับการไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิม การไหว้ขอพรเทพเจ้าฉ่าวจื่อเอี๊ยะนั้น ให้ใช้ธูปใหญ่ 3 ดอก ก่อน แล้วจึงตามด้วยธูปก้านเล็กอีก 3 ดอก วิธีการไหว้ก็แบบเดียวกัน
โดยการขอพรเทพเจ้าองค์นี้นั้นคงต้องเป็นเรื่องรวย ๆ เงินจากการเสี่ยงโชคทั้งหลาย รวมถึงโบนัสที่แอบหวังอยู่ว่าจะได้กี่เดือนนะปีนี้ ขอโบนัสจากท่านให้ก้อนใหญ่ไปเลย หรือใครอยากได้รางวัลที่หนึ่งก็ลองขอดู แม้จะมีคนขอหลายคนพร้อม ๆ กัน คุณก็อาจคือผู้โชคดีที่ควันธูปลอยสูงส่งภาษาขึ้นไปถึงท่านก็ได้
อาคารที่เป็นที่ตั้งของศูนย์มรดกมังกรไฟไท่หาง แต่เดิมนั้น ‘โรงเรียนขงจื๊อ’ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปลายสมัยราชวงศ์ชิง ได้รับเงินทุนจากการบริจาคของชาวบ้าน ผู้อุปถัมภ์ที่ใจบุญที่สุดของโรงเรียนคือ นายหลิว จู๋ปัก ผู้นำชุมชนที่โดดเด่นและเป็นสมาชิกของสมาคมขงจื๊อแห่งฮ่องกง หลังจากนั้น โรงเรียนขงจื๊อได้ถูกทำลายในสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ จนเมื่อถึงปี ค.ศ.2022 ศูนย์มรดกมังกรไฟไท่หาง The Tai Hang Fire Dragon Heritage Centre จึงได้เกิดขึ้น อาคารแห่งนี้จึงถือเป็นอาคารที่เก่าแก่ตั้งแต่ช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีความเกี่ยวข้องกับวัดหลินฟ้าในช่วงงานเทศกาลที่ขบวนมังกรไฟจะมาเริ่มที่วัดหลินฟ้า
อาคารเก่าวินเทจของศูนย์มรดกมังกรไฟไท่หางโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นสากล สะท้อนผ่านรูปทรงสี่เหลี่ยม หลังคาเรียบ ผนังสีขาว ประตูหน้าต่างเหล็ก กันสาด และราวเหล็กดัดลายประดับ องค์ประกอบที่เพิ่มเข้ามาในระหว่างการบูรณะในปี 1949 เกิดความโดดเด่นของสไตล์อาร์ตเดโค ภายในห้องต่างๆ มีความเรียบง่ายและปราศจากการตกแต่งที่หรูหรา
เมื่อก้าวเข้ามาในศูนย์ฯ สิ่งแรกที่คุณจะได้พบคือชั้น G ที่ถูกเนรมิตให้เป็นศูนย์จัดแสดงเล็ก ๆ ที่ทันสมัย มีการจัดแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลและภาพ 3 มิติ ที่จะพาไปสัมผัสประสบการณ์การเชิดมังกรไฟไท่หางแบบอินเตอร์แอคทีฟ เพื่อให้รู้สึกเหมือนได้อยู่ในเหตุการณ์จริง นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมและงานฝีมือในการทำมังกรไฟอย่างละเอียด รวมถึงประวัติความเป็นมาของอาคารหลังนี้ และเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ของไท่หางและวัฒนธรรมฮากกาในฮ่องกงที่น่าสนใจอีกมากมาย
ชั้น 1 ของอาคาร จะเป็นร้านอาหารสไตล์โมเดิร์นฟิวชั่น เป็นการนำอาหารท้องถิ่นมารังสรรค์เมนูใหม่ ๆ ร่วมกับอาหารสมัยใหม่ ถ้านึกไม่ออกว่าจะออกมาเป็นยังไงก็ต้องไปลองชิมกันดู
ชั้น 2 เนรมิตเป็นพื้นที่สารพัดประโยชน์ พร้อมปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะจัดเวิร์กช็อป สอนหนังสือ เรียนทำอาหาร สัมมนา หรือจัดนิทรรศการเล็กๆ ก็ย่อมได้ แถมยังมีใบอนุญาตให้บริการอาหารและเครื่องดื่มอีกด้วย เรียกได้ว่าครบเครื่องเรื่องกิน เที่ยว เรียนรู้ ครบจบในที่เดียว
เปิดทำการ: อังคาร – อาทิตย์: 10:00 – 18:00 น.
ปิดทำการ: วันหยุดนักขัตฤกษ์:
วันที่ 1 มกราคม, วันตรุษจีน, วันถัดจากวันตรุษจีน, วันหยุดเทศกาลตรุษจีน (วันเที่ยว), วันศุกร์ประเสริฐ, วันคริสต์มาส และวันถัดจากวันคริสต์มาส
ศูนย์มรดกมังกรไฟไท่หาง อยู่ห่างจากวัดหลินฟ้าเพียง 100 เมตร
เทศกาลเจ้าแม่กวนอิมมีปีละ 4 ครั้ง คือ วันที่ 19 เดือน 2, 6, 9 และ 11 ตามปฏิทินจันทรคติ ส่วน วันที่ 26 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติจะเป็นวันเปิดคลังเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งทุกปีจะมีผู้ศรัทธาจำนวนมากต่อแถวเข้าร่วมพิธีที่นอกวัด นอกจากนี้ยังมีงานใหญ่ เป็นขบวนเชิดมังกรไฟไท่หาง ซึ่งเป็นงานประเพณีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แห่งชาติลำดับที่สามในปี 2554 จะมีพิธีจุดดวงตาของมังกรที่วัดในวันก่อนเทศกาลไหว้พระจันทร์
Lily Street, Tai Hang, Hong Kong
7.00 – 17.30 น.
2578 2552
การเดินทาง MTR: ลงสถานี Causeway Bay ทางออก A เดินต่อประมาณ 10 นาที