
เรื่องของเทพประตูนั้นเป็นเรื่องเล่ายาวนานคู่กับความเชื่อเรื่องธรณีประตูที่เราเคยก้าวข้ามเวลาเข้าไปในวัด ประตูทางเข้าวัดและบ้านของจีน มีหน้าที่ในการปกป้องผู้อยู่อาศัย หน้าที่หลักคือการป้องกันภัยคุกคามจากโจรผู้ร้าย ในอดีตของฮ่องกงเคยมีโจรสลัดออกปล้นสะดมอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งนอกจากจะเอาไว้ป้องกันพวกโจรให้วิ่งสะดุดอยู่หน้าประตูแล้ว ธรณีประตูก็มีเอาไว้ป้องกันปีศาจและวิญญาณชั่วร้ายได้ด้วย ก่อนที่จะเข้าไปเจอกับด่านสำคัญอย่างเทพประตูด้านใน

ในเทศกาลที่ชาวจีนบูชาบรรพบุรุษ เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ผีหลายล้านตัวได้หลงทางและพวกมันก็เดินเตร็ดเตร่อย่างไม่มีจุดหมายมาตลอดหลายยุคหลายสมัย สำหรับคนที่เชื่อเรื่องโชคลางมาก วิญญาณที่หลงทางเหล่านี้จำนวนมากมีความตั้งใจร้ายต่อมนุษย์ ไม่ใช่เพียงมาหลอกหลอนให้กลัวอย่างผีไทย บ้านและวัดของคนจีนจึงต้องมีเทพประตูคอยเฝ้าดูแลความปลอดภัย
“คืนนี้แม่ทัพทั้งสองจะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันที่ 15 ของเดือน 7 ซึ่งเป็นเดือนผี เมื่อความมืดมาเยือน ประตูนรกจะถูกเปิดออกโดยเง็กเซียนฮ่องเต้ หรือยิ่มล่อวอง ทำให้ผีเปรตที่หิวโหยจะหลุดออกมาสนุกสนานกันเกือบเดือน ในช่วงสามสัปดาห์ต่อจากนี้จะมีปาร์ตี้สำหรับเหล่าวิญญาณที่หลงทาง และแม่ทัพจะป้องกันไม่ให้พวกมันข้ามธรณีประตูเข้ามาในวัด“
ธรณีประตูวัดที่พวกเราเคยเดินสะดุดนั้น คือแนวป้องกันภูตผีไม่ให้เข้ามาในวัด เป็นแนวป้องกันชั้นแรกก่อนจะไปถึงเทพประตู ว่ากันว่าวิญญาณและผีไม่ได้ฉลาดนักและพวกมันจะทำได้เพียงเดินเป็นเส้นตรงเท่านั้น พวกมันไม่สามารถข้ามแถบหินหรือไม้เล็ก ๆ ที่ยกขึ้นกั้นบริเวณทางเข้าด้านหน้าประตูได้
แต่เมื่อผ่านด่านธรณีประตูเข้าไปได้แล้ว ก็ยังต้องเจอแม่ทัพ Dong Chungเทพประตูผู้เฝ้าดูแลความปลอดภัยทั้งวันทั้งคืน แม่ทัพท่านนี้เราเรียกท่านว่า เทพประตู หรือเทพผู้เฝ้าประตู และเพียงห่างออกไปไม่กี่ก้าวก็ยังมีกำแพงฮวงจุ้ยเตี้ย ๆ กั้นทางเข้าประตูที่ทำจากอิฐฉาบปูน มีความกว้างและความสูงเพียงพอที่จะทำให้ภูติผีวิญญาณชั่วร้ายไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ แต่กำแพงฮวงจุ้ยนี้ก็ยังสู้พลังของเทพประตูไม่ได้ Dong Chungมีพลังและสามารถป้องกันปีศาจได้มากกว่า กำแพงฮวงจุ้ยจึงมีแนวโน้มที่จะพบได้ตามหน้าบ้านที่ไม่ใช่วัดมากกว่า
ประวัติของเทพประตู หรือเทพผู้อารักษ์ประตูวัด ประตูบ้าน เกิดขึ้นมานานหลายพันปี ในยุคแรกสุด ตำนานเก่าแก่มีบันทึกถึงเรื่องของต้นท้อขนาดใหญ่บนภูเขา Tu Shuo มีกิ่งก้านร่มเงาแผ่กว้างครอบคลุมพื้นที่หลายตารางกิโลเมตร ผู้คนที่อาศัยอยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นท้อต้นนี้จะปลอดภัยจากภูติผีปีศาจ
เลยออกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือมีทางเข้าสวรรค์ที่ช่วยให้วิญญาณดีผ่านพ้นโลกของมนุษย์ลงไปได้ ช่องเปิดนี้อนุญาตให้วิญญาณเข้าออกได้ แต่จะมีวิญญาณผู้พิทักษ์สองตนชื่อ ซุนโตว (神荼) และวัตลุย (鬱壘) เมื่อพบวิญญาณชั่วร้ายที่ทำผิดต่อมนุษย ก็จะถูกซุนโตวและวัตลุยจับ มัด และให้เสือกิน เมื่อจักรพรรดิเหลืองได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงทรงสั่งให้วาดภาพของซุนโตวและวัตลุยบนแผ่นไม้พีชและแขวนไว้เหนือประตูทางเข้าวังของพระองค์เพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้าย หลังจากนั้นจึงได้รับความนิยมไปถึงประชาชนที่นำแผ่นไม้หรือรูปแกะสลักขนาดเล็กมาแขวนไว้เหนือประตูบ้าน
ต่อมาภาพเหล่านี้ถูกแทนที่ด้วยภาพวาดบนกระดาษที่แปะไว้ที่ประตู โดยมีซุนโตวอยู่ทางซ้ายและวัตลุยอยู่ทางขวา วิญญาณผู้พิทักษ์ซุนโตว และวัตลุย กลายมาเป็นเทพประตูในยุคแรก ๆ
อีกเรื่องเล่าอันหนึ่งเกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618 – ค.ศ. 907) เมื่อจักรพรรดิถังไท่จง (ค.ศ. 626 – 649) ทรงประชวรและไม่สามารถบรรทมได้เพราะกลัวว่าวิญญาณชั่วร้ายจะมาฆ่าพระองค์ พระองค์จึงสั่งให้แม่ทัพผู้น่าเกรงขามที่สุดสองคน คือ เฉินซู่เป่าและเหว่ยชื่อกง ยืนเฝ้ายามในชุดเกราะเต็มยศนอกประตูห้องของพระองค์ จนจักรพรรดิสามารถหลับได้และหายเป็นปกติ แต่เมื่อองค์จักรพรรดิ์เห็นความเหน็ดเหนื่อยของท่านแม่ทัพ จักรพรรดิจึงมีพระราชโองการให้วาดภาพของพวกเขาไว้ที่ประตูแทน
นายพลทั้งสองที่ปกป้องบ้านเทพเจ้านี้มีต้นกำเนิดมาจากราชวงศ์ถัง เฉินซู่เป่าอยู่ทางขวาและเหว่ยชื่อกงอยู่ทางซ้าย เป็นที่มาของเรื่องราว เทพประตูอย่างที่เราเห็นตามวัดจีนทุกวันนี้
